ตั้งแต่ปี 2551 LA FETE ร่วมกับ ห้างสรรพสินค้าเซน จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายกลางแจ้งที่ไม่เคยแสดงที่ไหนมาก่อน โดยไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด อีกทั้งยังเปิดให้ชมตลอดทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด นิทรรศการทั้งสามชุดที่ผ่านมา ทั้ง "La Terre vue du Ciel" ของ ยานน์ อาร์ตุส แบร์ทรองด์ "Planet Ocean" ของ โลรองต์ บาล์เลสต้า และ "Portraits of Asia" ของ เอริก ลาฟฟอร์ก ล้วนได้รับความสนใจอย่างมากมายจากผู้ชมรวมเกือบหนึ่งล้านคน สำหรับปีนี้นิทรรศการชุด "Portraits de Mode" ของ ฌอง-มารี เปริเย่ นำเสนอโดย Galerie Polka (ปารีส) จะชูโรงปิดม่านเทศกาลวัฒธรรม LA FETE เพื่อเฉลิมฉลองแฟชั่นของไทยและฝรั่งเศสที่ผสานความงดงามอย่างลงตัว
"Portraits de Mode" จะพาคุณท่องไปในโลกแห่งแฟชั่นชั้นสูงผ่านมุมมองของช่างภาพฝรั่งเศสผู้โด่งดังในแวดวงแฟชั่น ภาพถ่ายของฌอง-มารี เปรีเย่จะเผยด้านอื่นๆ ของบรรดาดาวดังในวงการแฟชั่นให้คุณได้สัมผัส อาทิ อีฟ แซงต์ โลรองต์ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ คริสติออง ลาครัวส์ ฌอง-ปอล โกติเย่ โซเนีย ริคิแอล ติแอร์รี มักเลอร์ ฌองตาล โตมาส์ โยฮิ ยามาโมโต เคนโซ อิสเซ่ มิยาเกะ จอห์น กัลลิอาโน วิเวียน เวสต์วูด จิออร์จิโอ อาร์มานี ดอลเช่ กับบาน่า จิอานนี เวอร์ซาเช่ เป็นต้น เมื่อปีที่ผ่านมา ภาพถ่ายร่วมสิบภาพของฌอง-มารี เปรีเย่ได้แสดงในนิทรรศการภาพถ่ายชุด "Fashion 3" ดังนั้น ในปีนี้ LA FETE จึงมอบพื้นที่นิทรรศการกลางแจ้งทั้งหมดเพื่อแสดงผลงานของเขาล้วนๆ และขอเชิญชวนทุกท่านร่วมชมภาพถ่ายขนาดใหญ่พิเศษฝีมือช่างภาพชื่อดังในวงการแฟชั่น
ฌอง- มารี เปรีเย่ มีประวัติความเป็นมาที่โด่งดังไม่แพ้หนังสือขายดีก็ว่าได้ในฝรั่งเศส เมื่อเขาอายุ 16 ปีก็ได้พบกับดาเนียล ฟิลิปัคคี ว่าที่ผู้ก่อตั้งหนึ่งในสำนักพิมพ์ระดับโลก ซึ่งเป็นผู้ผลักดันให้เขาถ่ายภาพเหล่านักดนตรีคลื่นลูกใหม่ชาวฝรั่งเศส รวมถึงวงดนตรีระดับตำนานอย่าง Rolling Stones, James Brown, Chuck Berry และ The Beatles
"ตลอดเวลา 12 ปี ผมได้ทำหมดทุกอย่าง เมื่อก่อนเราไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ ไม่มีคนกลาง พวกเรายังอยู่ในวัยหนุ่มสาว และยังไม่ต้องรักษาภาพลักษณ์กันมากนัก แต่ตอนนี้ทุกอย่างไม่เป็นแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว" ในยุค 70 เขาจึงหยุดถ่ายภาพและผันตัวไปทำงานถ่ายหนังโฆษณาที่ลอสแองเจอลิสระยะหนึ่ง จนกระทั่งปี 2533 จึงหันกลับมาจับกล้องถ่ายรูปอีกครั้งอันเนื่องมาจากอานน์- มารี เปรีเย่ น้องสาวผู้เป็นประธานบริหารนิตยสาร Elle ทำให้เขาระลึกถึงความรักที่มีต่อการถ่ายภาพ และเป็นที่มาของการรวมภาพถ่ายคนดังในวงการแฟชั่นฝีมือของเขาที่ปรากฏสู่สายตาผู้ชมเป็นครั้งแรกในนิตยสารผู้หญิงระดับแนวหน้าอย่าง Elle นั่นเอง
นอกจากนี้ ฟรองซัวส์ โบโดต์ ผู้จัดการฝ่ายศิลป์ยังเข้ามาช่วยแต่งองค์ประกอบฉากให้หลุดโลกและสร้างสีสันภาพให้จัดจ้านมากยิ่งขึ้น ดังปรากฏในภาพเคนโซขี่ช้างต่อหน้าเพื่อนๆ และทีมงาน ภาพอีฟ แซงต์ โลรองต์ในห้องนั่งเล่นโดยมีคาร์ลา บรูนี นางแบบชั้นแนวหน้าขนาบข้าง ภาพซ้อนของคาร์ลา บรูนีที่ประกบคริสติออง ลาครัวซ์ทั้งซ้ายและขวาขณะอยู่ริมระเบียงในเมืองเอพรุสซี ภาพโซเนีย ริคิแอลนในอิริยาบถเดียวกับภาพเขียนชื่อดัง "La Liberté guidant le peuple" (อิสรภาพชี้นำชาวประชา) แม้เหล่าดีไซเนอร์ล้วนมีพรสวรรค์ ชาญฉลาด มีจินตนาการเป็นเลิศและร่ำรวยเงินทอง กระนั้นคงไม่มีใครเทียบได้กับคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ หากเขาผู้นี้ต้องการธารน้ำแข็งเพื่อประกอบการเดินแฟชั่น เราต้องจัดหาธารน้ำแข็งสั่งตรงจากสวีเดนมาให้เขาทันที ฌอง- มารี เปรีเย่กล่าวปิดท้ายไว้ว่า “ท้ายที่สุดแล้ว บรรดาดีไซเนอร์ชั้นสูงก็คือราชาเพลงร็อคในยุคนี้ เปรียบได้กับ Rolling Stones ยุคใหม่นั่นเอง”
Polka Galerie ห้องแสดงภาพ ณ กรุงปารีส จัดตั้งโดยสองพี่น้อง อาเดลี เดอ อิปาเนมา กับ เอดูอาร์ด เฌเนสตาร์ในเดือนมีนาคม 2550 มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิต สนับสนุนและเผยแพร่ภาพถ่ายและผลงานของช่างภาพต่อกลุ่มนักสะสมและหน่วยงานต่าง ๆ Polka Galerie ได้จัดแสดงผลงานของช่างภาพชื่อดังหรือฝีมือโดดเด่นมากมาย อาทิ ช่างภาพฝีมือระดับโลก อย่าง เอลิออต เออร์วิตต์ ฟรองซวส อูกกิเย่ วิลเลียม ไคลน์ ปีเตอร์ ลินเบอร์ก ไดโด โมริยามา หรือมาร์ค ริบูด์ รวมถึงศิลปินที่ผลงานเป็นที่รู้จักอย่างดียิ่งในแวดวงตลาดงานศิลปะ อย่าง อีธาน ลีวิธาส อีฟส์ มาร์ชองด์และโรแมง แมฟร์ หรือกระทั่ง โดนาธา เวนเดอรส์ เป็นต้น
โปรแกรมการแสดงภาพถ่าย ณ Polka Galerie นั้นจัดควบคู่ไปกับการแสดงนิทรรศการอื่นๆ ที่จัดโดยหน่วยงานต่างๆ ทั้งระดับชาติ เช่น ศูนย์การถ่ายภาพแห่งยุโรป (la Maison Européenne de la Photographie) และ ภาพยนตร์สถานฝรั่งเศส (la Cinémathèque Française) รวมถึงหน่วยงานระดับนานาชาติหรือมูลนิธิจากภาคเอกชน เช่น มูลนิธิ HSBC เพื่อการถ่ายภาพ เป็นต้น นอกจากนี้ Polka Galerie ยังจัดทำนิตยสาร "Polka Magazine" เพื่อตีพิมพ์ผลงานการวิจัยด้านการถ่ายภาพโดยเฉพาะ ซึ่งนิตยสารภายใต้การจัดตั้งและบริหารของอแล็ง เฌเนสตาร์ฉบับนี้กลายเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงด้านการถ่ายภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล