พิเชษฐ กลั่นชื่นและตัวผม รอบสุดท้าย
การแสดงชุด "พิเชษฐ กลั่นชื่นและตัวผม" ริเริ่มจากความคิดของนาย Tang Fu Kuen เพื่อนชาวสิงคโปร์ระหว่างเทศกาลศิลปะและการแสดงนานาชาติ Bangkok Fringe Festival ในปี 2547 และนำกลับมาแสดงในงานเทศกาลวัฒนธรรม LA FETE ปี 2549 การแสดงชุดนี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ส่งผลให้ชื่อของศิลปินไทยอย่าง พิเชษฐ กลั่นชื่น เป็นที่รู้จักในระดับสากล การโคจรมาพบกันของศิลปินฝรั่งเศสและศิลปินไทยซึ่งร่วมกันสร้างสรรค์บทสนทนาเฉียบคมผสมอารมณ์ขันในการแสดง ส่งผลให้ผลงานชุดนี้กลายเป็นผลงานยอดนิยมและจัดแสดงในเกือบร้อยเมืองทั่วโลก เช่น ปารีส เบอร์ลิน ไทเป ลิสบอนน์ สิงคโปร์ ฮ่องกง เวียนนา โรม วอร์ซอ นิวยอร์ก ลอนดอน แมดริด จาการ์ตา โยโกฮามา เม็กซิโก เป็นต้น หลังจากเปิดแสดงนานถึง 7 ปี ศิลปินทั้งคู่ประสงค์จะยุติการแสดงชุด "พิเชษฐ กลั่นชื่นและตัวผม" การแสดงชุดสำคัญที่ทำให้ทั้งคู่ก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ฉะนั้นโปรดอย่าพลาดชมการปิดฉากของผลงานระดับตำนานของศิลปินทั้งสอง ณ LA FETE ปีนี้
เฌโรม เบล ให้สัมภาษณ์ ณ กรุงโซล เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2548 ว่า "ตอนที่ผมพบพิเชษฐ ก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าการพบกันครั้งนั้นจะทำให้เกิดผลที่ตามมาถึงขนาดนี้ ตอนนั้นผมมีเพียงไม่กี่คำถามที่อยากถามเขา แต่เป็นเพราะสถานการณ์และทุกอย่างที่แวดล้อมตอนเราพบกันก่อให้เกิดผลงานชุดนี้ขึ้นมา ทั้งเรื่องการปรับเวลา ความตระการตาของกรุงเทพฯ และคนเมือง รถติดมหันต์ที่ไม่เอื้อต่อการซักซ้อมมากนัก งานเทศกาลที่เราต้องเข้าร่วมแสดง ประสบการณ์ทั้งหมดถูกปรับเปลี่ยนเป็นบทแสดงที่เรานำเสนอต่อผู้ชม เป็นการแสดงของศิลปินสองคนที่แทบไม่รู้จักกันและมีรูปแบบการแสดงคนละแขนง ซึ่งสองคนนี้พยายามพูดคุยเพื่อทำความรู้จักอีกฝ่ายและทำความรู้จักกับศาสตร์และศิลป์ในการแสดงของอีกฝ่ายให้มากขึ้น แม้ภูมิหลังด้านวัฒนธรรมของทั้งคู่จะต่างกันอย่างสิ้นเชิงก็ตาม"
เฌโรม เบล เป็นศิลปินแถวหน้าของนาฏยลีลาร่วมสมัยฝรั่งเศส เป็นที่รู้จักโดดเด่นด้านอารมณ์ขันและอิสระในการแสดง หลังสำเร็จการศึกษาจากสถาบันนาฏยศิลป์ร่วมสมัยแห่งชาติเมืองอองเฌร์ส เขาแสดงร่วมกับนักออกแบบท่าเต้นหลายคนทั้งในฝรั่งเศสและอิตาลีก่อนจะผันตัวเป็นผู้ช่วยของฟิลิปป์ เดอกูเฟล่ในการแสดงพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาว เมืองโอแบรต์วิลล์ในปี 2535 การแสดงชุดแรกของเขาชื่อ "นามโดยผู้ประพันธ์" (nom donné par l’auteur) ปรากฏสู่สายตาผู้ชมในปี 2537 และนับแต่นั้นเขาก็มีผลงานออกมากว่าสิบชุด อาทิ "เฌโรม เบล" (2538) "ซาวิเย่ร์ เลอ รัว" (2543) "The Show must go on" (2544) "เวโรนิค ดัวสโน" (สำหรับการแสดงบัลเลต์ ณ โรงอุปรากรปารีส ปี 2547) "พิเชษฐ กลั่นชื่นและตัวผม" (ปลายปี 2547) "เซดริก อองดริเยอซ์" (2552) และ "3Abschied" (2553) ซึ่งเค้าเซ็นสัญญาร่วมกับ อานน์-เทเรซ่า เกียร์สแมกเกอร์
เวปไซต์ของคุณะ www.jeromebel.fr
พิเชษฐ กลั่นชื่น หนึ่งในศิลปินแถวหน้าของนาฏยลีลาร่วมสมัยของไทย เป็นศิษย์โขนของครูชัยยศ คุ้มมณี ศิลปินโขนผู้มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของไทย ปัจจุบันชื่อของเขาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกด้วยการแสดงอันมีท่วงท่าการร่ายรำที่สวยงามและแม่นยำ พร้อมการผสมผสานศิลปะดั้งเดิมเข้ากับศิลปะสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว กล่าวได้ว่า พิเชษฐเป็นศิลปินอาวองการ์ดที่ถ่ายทอดมรดกทางนาฏยศิลป์ของไทยไปทั่วทุกมุมของโลกไม่ว่าจะเป็น นิวยอร์ค ปารีส สิงคโปร์ หรือ เมลเบิร์น
เวปไซต์ของคุณะ www.pklikfework.com