หลังจากการแสดงเปิดเทศกาล ที่นำเสนอภาพความร่วมมือฝรั่งเศส-ไทย ในงานแสดงปิดเทศกาลนั้นจึง
สะท้อนภาพลักษณะที่สำคัญของเทศกาล “La Fête” อันได้แก่ ความเป็นสหสาขาและการเปิดกว้างสู่ผู้ชมทุกประ
เภท
การแสดงของคณะ Montalvo-Hervieu ได้รวมลักษณะทั้งนี้ไว้ด้วยกัน มีความทันสมัยมากและเข้าถึงผู้ชมได้
ทุกประเภท ประสานกันได้อย่างงดงาม เป็นการผสมผสานสื่อการแสดงทุกประเภทระหว่างการแสดง ตั้งแต่ดนตรี
บาร็อคกับการเต้นฮิป-ฮอป ดนตรีคลาสสิกและดนตรีสมัยใหม่ ศิลปะสื่อวิดีทัศน์และการแสดงบนเวที ภาพจริง
และ
ภาพเสมือน ซึ่งทำให้เราได้ประจักษ์อย่างชัดเจนว่า “La Bossa Fataka de Rameau” เป็นการแสดงทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ และผู้ที่แสวงหาสิ่งดีๆ ย่อมพลาดไม่ได้ “La Bossa Fataka de Rameau” คือดอกไม้ช่อสุดท้ายที่ “La Fête” จะมอบให้แก่คุณ!
เป็นการแสดงที่มีชื่อลี้ลับ และชวนคิดผนวกถ้อยคำเข้าด้วยกันอย่างสนุก
สนาน ทั้งจากบทกวีที่เล่นเสียงสัมผัสของ Hugo Ball และชื่อของนักประพันธ์ผู้ปราด
เปรื่องแห่งค.ศ.ที่ 18 ที่ชื่อว่า Jean-Philippe Rameau ชื่อของการแสดงนี้ยังชวนให้
คิดถึงผู้ก่อตั้งแนวคิดของ Dada ที่ได้มอบสุดยอดแห่งสุนทรีย์ให้กับเรา ผ่านงาน
ศิลปะรูปแบบใหม่ ๆ เช่น การตัดต่อหรือปะติดภาพ การประกอบสิ่งต่างเข้าด้วยกัน การตัดต่อรูปถ่าย หรือแม้แต่เสียงบทกวี
“La Bossa Fataka de Rameau” ได้แรงบันดาลใจจากการแสดง On danƒe ที่รวมจินตนาการ ความแปลกประหลาด และอิสระเสรีไว้ด้วยกัน นำเราท่องไปกับเสียงเพลงอันอภิรมย์ในหัวใจของปรัชญา
และบทเพลงที่ Rameau ประพันธ์ขึ้น José Montalvo และ Dominique Hervieu นำเสนอภาพสมัยของความอภิรมย์ดังกล่าว ผ่านสื่อวิดีทัศน์ที่ทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็น
ด้านการฉาย การตัดต่อ และการต่อภาพ ที่พวกเขานำมาประยุกต์ใช้อย่างเป็นอิสระ
และเพลิดเพลิน พร้อมทั้งกลลวงสารพัด ภาพหลอกตา เมฆที่ลอยอยู่บนเวที พรมบิน และยังมีสิ่งประดิษฐ์อื่นอีก
ภาพของสัตว์ที่นำเสนอจะพาเราไปสู่โลกในนิทานของ Jean de la Fontaine อันถือได้ว่าเป็นสายใยที่แท้จริงใน
การเชื่อมสู่โลกเหนือจริงที่แสนมหัศจรรย์ของนักมายากลและศิลปะการแปลงร่างทั้งหลาย
José Montalvo (นักออกแบบท่าเต้น) และ Dominique Hervieu (นักเต้น) ได้พบกันเมื่อปี 2524 เขาทั้งสองได้ร่วมกันสร้างนาฏยลีลาที่มี ลักษณะพิเศษอันประกอบด้วยความคล่องตัว ความรวดเร็ว และความชัดเจน ซึ่งจะทำให้เกิดลีลาเฉพาะของการแสดงของพวกเขา นั่นคือจุดเริ่มของเส้น ทางแห่งการสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมกันอย่างเหนียวแน่นและลึกซึ้ง นำไปสู่ การก่อตั้งคณะ Montalvo-Hervieu ขึ้น พวกเขาได้ประสบความสำเร็จอย่างแท้ จริงเมื่อพวกเขาได้นำเสนองาน“ Paradis ” และ “ Le jardin IO IO ITO ITO ” ในปี 2542 ความโดดเด่นของพวกเขาได้รับการชมเชยจากทั่วโลก โดยเฉพาะ ที่ BAM– นิวยอร์ค เทศกาลนานาชาติแห่งแมลเบิร์น, RomaEuropa–โรม, Barbican Center – ลอนดอน.… เมื่อปี 2543 พวกเขาได้สร้างงาน “ Variation au Paradis ” สำหรับพิธีเปิดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติครั้งที่ 53 ที่เมืองคานน์ ในเดือนพฤษภาคม 2547 พวกเขาได้ออกแบบท่าเต้น และกำกับโอเปร่าของ Jean-Philippe Rameau เรื่อง “Les Paladins” ภาพใต้การอำนวยเพลงของ William Christie แห่งคณะ Les Arts Florissants ที่โรงละคร Châtelet กรุงปารีส การแสดงดังกล่าวต่างได้รับการยกย่องอย่างเป็นเอกฉันท์จากสื่อทั้งของฝรั่งเศส และนานาชาติ และได้นำไปแสดงใหม่ในปี 2548 และ 2549 ที่เมือง Caen ลอนดอน เซี่ยงไฮ้ เอเธนส์ ปารีส และโตเกียว ต่อมาพวกเขาได้จินตนาการท่าเต้นสำหรับนาฏยลีลาที่แสดงภายในพิพิธภัณฑ์ Louvre มีชื่อว่า “ On danse au Louvre / Carte blanche à la compagnie Montalvo-Hervieu” ปี 2550 พวกเขาจึงสร้างการแสดงใหม่ “ La Bossa Fataka de Rameau” เป็นการนำเสนอเรื่อง On danƒe อีกรูปแบบหนึ่ง
