สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพมีความยินดีที่ได้ร่วมจัดงานเทศกาลวัฒนธรรม "La Fête” ประจำปี พ.ศ. 2550 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโกาสที่ทรงเจริญพระชนม พรรษา ครบ 80 พรรษา และเพื่อสืบสานนโยบายที่มุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ฝรั่งเศสและไทย เทศกาลประจำปี 2550 นี้ยังคงยึดถือแนวทางหลักที่ได้วางเอา ไว้โดยนำเสนอให้กับชาวกรุงเทพ ได้ชมผลงานสร้างสรรค์ชั้นเลิศ ทางศิลปะร่วมสมัยทั้งฝรั่งเศสและไทย ตลอดระยะเวลาสามสัปดาห์ ขบวนรถแห่งความสุขสันต์ชื่อ "La Fête” นี้ จะนำเสียงดนตรี การแสดง นิทรรศการ และบทกวีไปให้ความรื่นเริง ในสถานที่สำคัญๆทางวัฒนธรรมกว่าสิบห้า แห่งของกรุงเทพ
สมาคมฝรั่งเศสจะได้เข้าร่วมจัดงานนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น การแสดงบนเวที โดยจะเสนอ เทศกาลดนตรีครั้งที่ 11 อันเป็นที่รู้จักกันมาแล้วอย่างแพร่หลาย เทศกาลกลางแจ้ง ซึ่งต้อนรับ ทุกคนนี้จะเปิดโอกาสให้วงดนตรี ทั้งมืออาชีพและสมัครเล่น ทั้งฝรั่งเศสและไทยได้มาร่วมแสดงความสามารถบนเวทีเดียว กัน และให้ความสนุกสนานกับผู้ชม ที่นับจำนวนเพิ่มขึ้นและให้ความสนใจมากยิ่งขึ้นทุกปี
ทางด้านทัศนศิลป์ ผลงานแปลกแหวกแนวของศิลปินร่วมสมัยหลายท่านที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก " Essences Insensées” นิทรรศการน้ำหอมที่จะส่งกลิ่นเย้ายวนอวลไปทั่วบริเวณที่จัดแสดงศิลปะจัดวางที่น่าทึ่งของศิลปิน Jean Luc Vilmouth นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการดีไซน์ยอดเยี่ยม "The Place and The Plate” อันเป็นผลงานที่มาจากการ วิเคราะห์ ใคร่ครวญถึงความเกี่ยวเนื่องระหว่าง วิถีชีวิตเก่าๆ, ภูมิปัญญาโบราณ, ความทันสมัยและนวัตกรรม โดยจะจัดที่ศูนย์ศิลปะของ มูลนิธิเพื่อศิลปะจิม ทอมป์สัน ต่อจากงาน นิทรรศการ Métissages ที่จัดแสดงระหว่างวันที่ 30 มีนาคมถึง17 มิถุนายน พ.ศ. 2550
"La Fête” เป็นเวทีเสรีที่เหล่าศิลปินจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันและยังจะช่วยให้มีการถ่ายทอดผลงานศิลปะที่ ต่างประเภทและต่างแขนงกันอย่างไม่เคยพบเห็นมาก่อนอีกด้วย เช่น ศิลปิน Enki Bilal ที่จะนำเราไปร่วมค้นหาภาพแห่ง อนาคตที่น่าตื่นใจของเขาในภาพยนตร์ "Immortel”, ในผลงานวีดีโอเรื่องล่าสุด "Cinémonstres” หรือในนิทรรศการ "Enki Bilal in Bangkok” ตลอดจนใน "Trilogie de Nikopol” ภาคภาษาไทยของเขา
เทศกาลนี้เป็นมากกว่างานวัฒนธรรมธรรมดาๆ เนื่องจากโครงการมากมายที่เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างฝรั่งเศสและไทย, การอบรมเชิงปฏิบัติการและการพบปะกันของศิลปินช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนและถ่ายโอนความรู้ ซึ่งงานเทศกาลที่ผ่านมา ในแต่ละปีได้ค่อยๆสานสัมพันธ์ที่ยั่งยืนขึ้นในแวดวงวัฒนธรรมและศิลปะของทั้งสองประเทศ การที่กิจกรรมวัฒนธรรมหยั่ง รากลึกลงในพื้นที่ได้นี้ เป็นเพราะความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างฝรั่งเศสและไทยซึ่งสมาคมฝรั่งเศสได้ดำเนินการมาตลอด ทั้งปี เช่น การแสดง ลิเกเรื่อง "เกาะทาส” ซึ่งจัดขึ้นในโรงละครของสมาคมฝรั่งเศสเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาก็เป็นการ นำผลงานของ Marivaux นักแต่งละครฝรั่งเศสมาดัดแปลงเป็นภาษาไทยโดยเกรียงศักดิ์ ศิลากอง
เครือข่ายทางวัฒนธรรมที่สำคัญซึ่งสมาคมฝรั่งเศสได้เริ่มสานต่อขึ้นนี้ยังเกิดขึ้นได้จากการตั้งบ้านพักศิลปิน "Cité Siam” ซึ่ง ต้อนรับศิลปินต่างชาติที่เดินทาง มาพำนักและสร้างสรรค์ผลงานและทำ ให้ศูนย์ศิลปะนานาชาติพัฒนาขึ้นจนมีจำนวน นักศึกษามากกว่า 500 คนในแต่ละปี กิจกรรมนี้ได้ช่วยให้สมาคมฝรั่งเศสสามารถจัดโครงการที่สำคัญและเปิดสู่นานาชาติได้ เช่น การแสดงแฟชั่นโชว์ ซึ่งสมาคมฝรั่งเศสได้เชิญดีไซเนอร์ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น, มาดากัสการ ์และไทย มาร่วมเมื่อเดือน เมษายน พ.ศ. 2550
พลวัตที่ก่อเกิดจากงานเทศกาล, พลังการสร้างสรรค์ตลอดจนการเพิ่มขึ้นของของกิจกรรมตลอดทั้งปี ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ สมาคมของเราซึ่งก่อตั้งขึ้นมาเกือบหนึ่งศตวรรษมีบทบาทโดดเด่นทาง วัฒนธรรมของประเทศไทย และเอื้อต่อการพัฒนา วงการศิลปะในประเทศของเรา
ผมใคร่ขอขอบคุณผู้ร่วมสนับสนุนโครงการ ตลอดจนพันธมิตรของสมาคมฝรั่งเศส ที่มีส่วนช่วยให้การจัดเทศกาลประจำปีนี้ เกิดขึ้นมาได้
ดร. ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ นายกสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ